zenbiotech

ผอมแต่มีพุงทำไงดี ? Skinny fat

ผอมแต่มีพุงทำไงดี ? Skinny fat เราเชื่อว่าหลายๆคนคงอาจจะสบปัญหาเหล่านี้อยู่ ผอมแต่มีพุง วิ่งเท่าไหร่พุงก็ไม่หายสั้กที คาร์ดิโอทุกรูปแบบก็แล้ว ไดเอทก็แล้วลดอาหารหรืออดอาหารก็แล้วคุมอาหารก็แล้วแต่พุงหมาน้อยก็ไม่หายไปเสียทีและในวันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาแบ่งปันและแก้ไขปัญหากัน Skinny Fat เกิดขึ้นได้อย่างไร ? 1.คาร์ดิโอหนักจนเกินไป 2.อดอาหาร 3.ไม่เล่นเวทเทรนนิ่ง วิธีแก้ไข ผอมมีพุง หรือ Skinny Fat ต้องทำยังไง ? วิธีการที่เราจะลดพุงนั้น เราอย่าได้โฟกัสที่จะลดพุงเพียงอย่างเดียว แต่ให้เรา เปลี่ยนเป็นการสร้างกล้ามเนื้อให้มากขึ้นเพื่อมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพราะว่าจะทำให้เพิ่มการเผาผลาญไขมันในร่างกายให้ดียิ่งขึ้นและในวันนี้เรามี3วิธีหลักๆมาแนะนำในการแก้ปัญหา ดังนี้   1.ไดเอท  เราจะแนะนำให้ลดไขมันแต่คาร์โบไฮเดตอย่าได้ลดแต่ให้เปลี่ยนเป็นคาร์โบไฮเดตเชิงซ้อน เช่น ขนมปังโฮลวีส ข้าวกล้อง ข้าวไรส์เบอร์รี่ และให้เพิ่มในการกินโปรตีนที่มากขึ้นในมื้ออาหาร เป็นต้น 2.การออกกำลังกาย แนะนำว่า เราต้องมีการสร้างกล้ามเนื้อให้ใหญ่โดยการออกกำลังกายรูปแบบ เวทเทรนนิ่งแบบ Full Body ในช่วงเริ่มต้น ในรูปแบบท่า Compound Movement และ Compound Movement คือ การเล่นเวทใน1ท่าใช้มากกว่า 1ข้อต่อ เช่น ท่า ผอมแต่มีพุงทำไงดี ? Skinny fat

Apple Cider มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

Apple Cider มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ใครหลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “Apple Cider Vinegar” ผ่านโลกออนไลน์กันอยู่ไม่น้อย เพราะในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งไอเท็มฮอตฮิตและขึ้นเทรนด์ในการดูแลสุขภาพของหลายคน และยังทำให้ผู้คนหันมาสนใจเเละศึกษาถึงคุณประโยชน์ของไอเท็มชิ้นนี้เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน วันนี้ Zen Biotech จะพาคนรักสุขภาพไปทำความรู้จักกับ Apple Cider กันให้มากยิ่งขึ้น แอปเปิ้ลไซเดอร์ (Apple Cider Vinegar) คือ น้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล เกิดจากการนำแอปเปิ้ลสดมาบดและหมักในถังไม้ ซึ่งไม่ผ่านกระบวนการความร้อนและการกรอง จึงสามารถคงเอนไซม์และแร่ธาตุที่มีประโยชน์ไว้ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะนิยมนำมารับประทานเพื่อลดพุงแล้ว แอปเปิ้ลไซเดอร์ยังมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกมากมายที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน และในวันนี้ เซน ไบโอเทค จะมามอบคุณประโยชน์ดีๆ ของแอปเปิ้ลไซเดอร์ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง ประโยชน์ที่จะได้รับในการรับประทาน Apple Cider ช่วยลดน้ำหนัก : ในปัจจุบันมานี้กระแส แอปเปิล ไซเดอร์ เป็นวิธีลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศ เนื่องจากในแอปเปิ้ลไซเดอร์มีกรดอะซิติกซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหารจึงทำให้ลดน้ำหนักได้ ช่วยดีท็อกซ์ของเสีย : แอปเปิ้ลไซเดอร์ มีคุณสมบัติ ช่วยฆ่าเชื้อโรค และแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้ ช่วยบรรเทาโรคเบาหวาน : จากงานวิจัยพบว่าการรับประทานแอปเปิ้ลไซเดอร์ระหว่างมื้ออาหารที่ประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรต Apple Cider มีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด

Probiotics ชื่อที่คุ้นเคย แต่ยังไม่เข้าใจ ?

Probiotics ชื่อที่คุ้นเคย แต่ยังไม่เข้าใจ ? หลายๆท่านคงคุ้นหูและได้ยินคำว่า “โพรไบโอติกส์ (Probiotics)” กันมานักต่อนักแล้ว แต่จะมีสักกี่ท่านที่เข้าใจความหมายจริงๆว่าสิ่งนี้คืออะไร? วันนี้ Zen Biotech เลยจะมาทุกท่านมาทวนความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับโพรไบโอติกส์ให้มากขึ้นค่ะ จริงๆ แล้ว โพรไบโอติกส์ (Probiotics) เป็นชื่อเรียกของจุลินทรีย์ขนาดเล็ก ที่มีส่วนช่วยในการผลิตสารต่อต้านหรือกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งพบได้ในร่างกายของมนุษย์เราอยู่แล้ว แต่ด้วยปัจจัยบางอย่างก็อาจส่งผลให้จุลินทรีย์ชนิดนี้ลดลง ส่งผลต่อการทำงานของระบบย่อยอาหาร จึงมีความจำเป็นต้องเสริมด้วยการทานอาหารกลุ่มจุลินทรีย์ Probiotics ไม่ว่าจะเป็น โยเกิร์ต นมเปรี้ยว หรือผักดอง Probiotic ที่ว่าสำคัญ ช่วยเรื่องอะไรล่ะ? แก้ไขปัญหาระบบทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น โรคอุจจาระร่วง ท้องผูก ลำไส้แปรปรวน หรือโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง กระตุ้นระบบย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลายชนิด ช่วยดูแลสุขภาพช่องปาก ป้องกันฟันผุ ป้องกันโรคภูมิแพ้ มีส่วนช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เข้าสู่ภาวะสมดุล ช่วยลดความดันโลหิต ป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย หน้าตาสดใส ผิวพรรณดี โพรไบโอติกส์มีแบบไหนบ้าง? หลักๆ แล้ว โพรไบโอติกส์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โพรไบโอติกส์ธรรมชาติ และโพรไบโอติกส์ในรูปแบบอาหารเสริม Probiotics ชื่อที่คุ้นเคย แต่ยังไม่เข้าใจ ?

ทำความรู้จักกับอาหารเสริมรูปแบบลิควิคแคปซูล Liquid Cap ใน 5 นาที

ทำความรู้จักกับอาหารเสริมรูปแบบลิควิคแคปซูล Liquid Cap จุดเด่นของ ลิควิคแคปซูล ถือเป็นโอกาสในการสร้างอาหารเสริมรูปแบบใหม่ ที่สามารถสร้างความแตกต่างและยกระดับมูลค่า ความพรีเมียมได้อย่างดีเยียม วันนี้ Zen Biotech จะพามาทำความรู้จักให้ลึกขึ้น ในระยะเวลาสั้นๆ กับ ลิควิคแคปซูล มีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนกัน ลิควิคแคปซูล คืออะไร ลิควิคแคปซูล Liquid Cap คือ อาหารเสริมรูปแบบหนึ่ง ที่ใช้นวัตกรรมการนำเสนอทั้งรูปแบบแคปซูลและรูปแบบซอฟเจล รวมเข้าด้วยกัน เพราะด้วยจุดเแข็งของแคปซูล ที่ได้รับความนิยมและมีประสิทธิภาพในผลลัพธ์ได้อย่างดี แต่จุดด้อยคือ นำเสนอในรูปแบบแผงฟอย ไม่สามารถยกระดับความหรูหราได้   ส่วนจุดแข็งของซอฟเจล ที่ทำให้ทานง่าย มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบสีแบบใส แต่จุดด้อยคือไวต่อแสง ไวต่ออุณหภูมิ อาจส่งผลให้ประสิทธิภาพภายในลดลง   ลิควิคแคปซูล จึงนำจุดเเข็งของทั้ง 2 แบบนี้มารวมอยู่ด้วยกัน ทำให้รูปแบบอาหารเสริมดูสวย หรูหรา และแตกต่างจากในอดีต มีประสิทธิภาพในการรักษาสารอาหารได้ดีมากขึ้น ไม่มีกลิ่นของแคปซูลมารบกวนจิตใจอีกด้วย   จุดเด่นของการนำเสนออาหารเสริมในรูปแบบลิควิค ดีอย่างไร แคปซูลมีคุณภาพ แข็งแรงกว่าแคปซูลในรูปแบบเดิมๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการรักษาสารสกัดในผลิตภัณฑ์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเสื่อมสภาพของผลิตภัณฑ์ ทำความรู้จักกับอาหารเสริมรูปแบบลิควิคแคปซูล Liquid Cap ใน 5 นาที

สูตรอาหารเสริมไฟเบอร์ธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก P-bio

สูตรอาหารเสริมไฟเบอร์ธรรมชาติ สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูก P-bio ปัญหาสุขภาพลำไส้เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะคนในวัยทำงาน เนื่องด้วยรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เร่งรีบและการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพติดต่อกันเป็นเวลานาน จึงทำให้หลายๆคนต้องทนกับปัญหาต่างๆ เช่น ท้องผูก ขับถ่ายยาก มีกลิ่นตัว ผิวหยาบกร้าน และเสี่ยงโรคริดสีดวงทวาร ซึ่งอาการเหล่านี้ล้วนเกิดจากปัญหาสุขภาพลำไส้ จากการรับประทานไฟเบอร์ในอาหารไม่เพียงพอ จึงทำให้ต้องเสริมไฟเบอร์ให้เพียงพอต่อร่างกาย เราจงคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ P-bio ขึ้นมา ซึ่งเป็นสูตรที่เน้นส่วนประกอบหลักอย่าง Psyllium husk ที่เป็น Prebiotic ชนิดหนึ่งซึ่งช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตเเละการทำงานของเเบคทีเรียดีในลำไส้ ซึ่งช่วยบำรุงลำไส้ให้สุขภาพดี ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ อีกด้วย โดยเราเล็งเห็นถึงความสำคัญของผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบลำไส้ ให้กลับมามีประสิทธิภาพที่ดีซึ่งเป็นในรูปแบบผงชงดื่มที่ทานง่าย เพียงแค่ละลายผลิตภัณฑ์ในน้ำแล้วดื่ม ก็สามารถเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ให้กับร่างกายได้ง่าย โดยไม่ต้องฝืนรับประทานผักผลไม้ในปริมาณมากๆ จุดเด่นของสูตรสร้างแบรนด์อาหารเสริมไฟเบอร์ P-bio ช่วยขับถ่าย ปรับสมดุลลำไส้ ช่วยเสริมสร้างและฟื้นฟู ระบบย่อยอาหารและบรรเทาอาการท้องผูก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพจุลินทรีย์ในระบบลำไส้ ช่วยระบบขับถ่าย   อยากทดลองสินค้า หรือต้องการพัฒนาสูตรเพื่อสร้างแบรนด์อาหารเสริม สามารถทักมาคุยกับแอดมินได้เลย โรงงานอาหารเสริม เซน ไบโอเทค ไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความเชื่อมั่น ให้กับลูกค้าที่ได้มอบความไว้วางใจให้กับเรา เซน ไบโอเทค จะไม่หยุดพัฒนา พร้อมกับรังสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ทุกท่าน ติดตามนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อได้ที่นี่

Cheat Day Vs Cheat Meal แบบไหนดีกว่ากัน ?

Cheat Day Vs Cheat Meal แบบไหนดีกว่ากัน ? หลายคนอาจจะคุ้นกับคำว่า Cheat Day และ Cheat Meal แต่เคยสงสัยไหมว่าต่างกันยังไง… Cheat Meal คือ การกินอาหารตามใจปากที่เราอยากจะกินใน 1 มื้อ เช่นของที่มีแคลอรี่ที่สูง อาทิ เช่น ไก่ทอด โดนัท น้ำอัดลม หรืออาหารแปรรูปทั่วไป แต่จำกัดแค่ใน 1 มื้อเท่านั้นต่อวัน หลังจากมื้อถัดไปก็จะเข้าสู่ไดเอทเหมือนเดิม Cheat Day คือการกินอาหารตามใจปากใน 1 วันที่มีแคลอรี่ที่สูงมหาศาล เหมือนกับ Cheat Meal ที่เราสามารถที่อยากจะกินอะไรก็ได้ที่เราอยากกินภายใน1วัน สรุปได้ว่า การทำ Cheat Meal นั้นดีกว่า Cheat Day เพราะว่าสามารถคุมแคลอรี่ได้ง่ายกว่า Cheat Meal และไม่เกินกว่าที่ร่างกายต้องการมากจนเกินไป หรือหากมองเป็นเวย์ประเภทซุปเห็ดทรัฟเฟิล อาหารเสริมรสชาไต้หวัน โกโก้ สำหรับใครที่มองหาอาหารเสริมลดไขมัน Cheat Day Vs Cheat Meal แบบไหนดีกว่ากัน ?

จะเป็นอย่างไร? ถ้าคาร์ดิโอ ต่อเนื่องทุกวัน

จะเป็นอย่างไรถ้าคาร์ดิโอ ต่อเนื่องทุกวัน คาร์ดิโอ คืออะไร? การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หรือ Cardiovascular Activity คือ รูปแบบการออกกำลังกาย ที่จะกระตุ้นให้ปอดและหัวใจทำงานมากขึ้น โดยการกระตุ้นให้มีการส่งสารอาหาร และออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อมากขึ้นนั่นเอง คาร์ดิโอควรควรเล่นครั้งละกี่นาที? ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า เราควรเล่นคาร์ดิโอให้ได้ประมาณ 150 นาที ต่อสัปดาห์ และองค์การอนามัยโลกก็เสริมมาด้วยว่า เราควรเล่นคาร์ดิโออย่างน้อย ครั้งละ 10 นาทีขึ้นไป คาร์ดิโอทุกวัน จะช่วยลดไขมันได้เร็วขึ้นหรือเปล่า? งานวิจัยในปี 2012 พบว่า ถ้าเราต้องการลดน้ำหนัก และลดไขมันเร็วขึ้น เราควรเล่นคาร์ดิโอทุกวัน และใช้เวลาประมาณครั้งละ 60 นาที แต่อีก 5 ปี ต่อมา นักวิจัยได้พบว่า ถึงแม้ว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะมีประโยชน์หลายอย่าง   แต่ถ้าเราเล่นคาร์ดิโอทุกวัน หรือออกหนักเกินไป มันอาจจะทำให้เราเสี่ยงที่จะบาดเจ็บ และทำให้ร่างกายเราเหนื่อยล้าเกินไปได้   ดังนั้น เพื่อนๆควรดูความพร้อมของร่างกายเราว่าฟิตแค่ไหน มีปัญหาสุขภาพโดยรวมหรือเปล่า มีอาการบาดเจ็บเรื้อรังอะไรบ้าง และเสี่ยงที่จะบาดเจ็บอีกหรือเปล่า รวมถึงการทานอาหารเสริมโปรตีนบำรุงกล้ามเนื้อให้เหมาะสมกับรูปแบบการออกกำลังกายของเรามากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้การคาร์ดิโอเห็นผลมากขึ้นค่ะ   จะเป็นอย่างไร? ถ้าคาร์ดิโอ ต่อเนื่องทุกวัน

สูตรอาหารเสริมมัดใจคุณแม่หลังคลอด และคุณแม่สูงวัย

สูตรอาหารเสริมมัดใจคุณแม่หลังคลอด และคุณแม่สูงวัย ผู้สูงอายุและคุณแม่หลังคลอดหลายคนมักมีปัญหาร่างกายอ่อนแอและเจ็บป่วยได้ง่าย ที่สืบเนื่องมาจากอาการหลังคลอดและอายุที่สูงขึ้น ในปัจจุบันมีอาหารเสริมและวิตามินหลายตัว แต่ละตัวจะมีจุดเด่นในการช่วยบำรุงร่างกายแตกต่างกัน  วันนี้ Zen biotech จึงจะมาแนะนำอาหารเสริมที่คุณแม่หลังคลอด (ที่ไม่ได้ให้นมบุตรแล้ว) และคุณแม่สูงวัยควรทานเสริม และประโยชน์ของอาหารเสริมของแต่ละตัวเพื่อทุกคนจะได้เลือกอย่างถูกต้อง สารอาหารที่เหมาะกับคุณแม่หลังคลอด ธาตุเหล็ก : เนื่องจากตอนคลอดไม่ว่าจะเป็นคลอดธรรมชาติหรือผ่าตัดก็ล้วนมีการเสียเลือดจำนวนหนึ่ง ซึ่งผู้หญิงบางคนอาจตกเลือดหรือมีภาวะซีด ดังนั้น คุณแม่ควรรับประทานธาตุเหล็ก และเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อแดง ตับ ผักใบเขียวจัด เพื่อให้ร่างกายผลิตเม็ดเลือดคืนได้อย่างเต็มที่ วิตามินรวม : เนื่องจากวิตามินรวมที่คุณแม่ควรทานหลังคลอดที่มีวิตามินรวมหลายชนิดก็จะช่วยให้คุณแม่หลังคลอดสามารถบำรุงร่างกายด้วยวิตามินและสารอาหารได้อย่างเหมาะสม วิตามินบี : วิตามิน B ถือว่าจำเป็นมากเลยทีเดียว ซึ่งนอกจากกรดโฟลิกซึ่งเป็นวิตามินบีตัวหนึ่ง วิตามินบียังมีอีกหลายชนิด เช่น วิตามินบี 1, 2, 6 และ 12 ซึ่งแต่ละตัวมีความสำคัญทั้งเป็นโคเอนไซม์ บำรุงระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยเพิ่มให้น้ำนมแม่เป็นต้น แคลเซียม : ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นแคลเซียมในร่างกายของคุณแม่จะถูกดึงไปใช้บำรุงทารกที่อยู่ในครรภ์จึงทำให้แคลเซียมคุณแม่ไม่เพียงพอ คุณแม่ จึงควรจะบำรุงร่างกายด้วยแคลเซียมชดเชย เพื่อให้สามารถดูแลกระดูกและฟันของคุณแม่ได้อย่างเหมาะสม ในช่วงหลังคลอด สารอาหารที่ไม่เหมาะกับการให้นมบุตร 1.แอลกอฮอล์ สูตรอาหารเสริมมัดใจคุณแม่หลังคลอด และคุณแม่สูงวัย

นอนยังไงให้ได้สุขภาพ และดีต่อสุขภาพสูงสุด

นอนยังไงให้ได้สุขภาพ และดีต่อสุขภาพสูงสุด ควรนอนเท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ และได้ประสิทธิภาพสูงสุด โดยปกติเราจะมีนอนพักผ่อนตามตารางเวลาชีวิต แต่จะต้องนอนอย่างไรจึงจะดีต่อสุขภาพมากที่สุด และตื่นมาด้วยความสดชื่นที่สุด วันนี้ Zenbiotech จะนำเกร็ดความรู้มาให้ทุกคนได้ทราบกันค่ะ เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการนอน ให้มีคุณภาพ ชั่วโมงการนอน ควรนอนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง ซึ่งแต่ล่ะช่วงอายุจะมีเวลานอนที่แตกต่างกัน เช่น วัยกลางคนหรือผู้ใหญ่ทั่วไป ควรนอนอยู่ที่ 7-8 ชั่วโมง ส่วนเด็กเล็กควรนอนวันละ 11-13 ชั่วโมง คุณภาพในการหลับ คือ ครบวงจรทุกระยะการหลับ ทั้งหลับตื้น หลับลึกและหลับฝัน ให้ครบทุกระยะเพราะมีความสัมพันธ์กัน วงจรการหลับ 3 ระยะ หลับตื้น เป็นระยะแรกที่มีการหลับตื้นอย่างแท้จริง แต่ยังไม่มีการฝัน หลับลึก ร่างกายจะเข้าสู่โหมดพักผ่อนเมื่อเข้าสู่ระยะหลับลึกเป็นช่วงหลับสนิทที่สุดของการนอนใช้เวลา 30 – 60 นาที หลับฝัน อีกระยะหนึ่งที่สำคัญคือ ช่วงหลับฝันร่างกายจะได้พักผ่อน แต่สมองจะยังตื่นตัวอยู่ นอกจากนี้การหลับฝันยังช่วยจัดระบบความจำในเรื่องของทักษะต่าง ๆ   อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้ยังขึ้นอยู่กับช่วงวัยอายุอีกด้วย เนื่องจากการทำงานของสมองแต่ละช่วงวัยไม่เหมือนกัน และเพื่อการพักผ่อนอย่างเต็มที่ Zenbiotech นอนยังไงให้ได้สุขภาพ และดีต่อสุขภาพสูงสุด

รู้หรือไม่ถั่วลิสงมีสารพิษที่ชื่อว่า “อะฟลาท็อกซิน”

รู้หรือไม่ถั่วลิสงมีสารพิษที่ชื่อว่า “อะฟลาท็อกซิน” ปัจจุบันอันตรายจากการกินอาหารของคนเรามีมากขึ้นกว่าเดิม แม้แต่วัตถุดิบจากธรรมชาติก็ไม่ได้มีความปลอดภัยเสมอไป หากการเก็บรักษาวัตถุดิบเหล่านี้ไม่เหมาะสม อาจจะก่อให้เกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้ สารพิษที่ว่า คือ “อะฟลาท็อกซิน” องค์การอนามัยโลกกำหนดให้สารอะฟลาท็อกซินเป็นสารก่อมะเร็งที่ร้ายแรงมากชนิดหนึ่ง โดยปริมาณเพียง 1 ไมโครกรัมสามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในแบคทีเรียและทำให้เกิดมะเร็งในสัตว์ทดลองได้ หากได้รับอย่างต่อเนื่อง มาทำความรู้จักกับ “อะฟลาท็อกซิน” กัน อะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) ถูกพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2503 ถือว่าเกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์โดยตรง เพราะมีพิษรุนแรง และถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งโดย International Association Research Cancer (IARC) เป็นสารพิษจากเชื้อราที่เกิดในสภาวะที่มีความชื้นสูง ซึ่งประเทศไทยมีสภาวะที่เหมาะสมแก่การเกิดสารพิษอะฟลาท็อกซินพอดี  สิ่งที่น่ากลัวก็คือ สารพิษนี้สามารถทนความร้อนได้ถึง 268 องศาเซลเซียส ดังนั้นการหุงต้มธรรมดาจึงไม่สามารถทำลายสารพิษได้ การได้รับในปริมาณมากหรือน้อย และสะสมไปเรื่อย ๆ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ และทุกครั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกตรวจ ก็ยังคงพบถั่วลิสงที่มีอะฟลาท็อกซินเกินกำหนดอยู่มาก เมื่อร่างกายได้รับสารอะฟลาท็อกซินจะทำให้เกิดอาการชัก หายใจลำบาก ตับถูกทำลาย หัวใจและสมองบวม นอกจากนี้สารอะฟลาท็อกซินชนิด B1 ซึ่งพบได้ตามธรรมชาติ และมีความเป็นพิษสูงสุดจากทั้งหมด 4 ชนิด (B1, B2, รู้หรือไม่ถั่วลิสงมีสารพิษที่ชื่อว่า “อะฟลาท็อกซิน”